จีนคัดค้าน “การแทรกแซงทุกรูปแบบ” ต่อมัลดีฟส์

รัฐบาลปักกิ่งไม่เห็นด้วยกับการให้ “บุคคลภายนอก” เข้ามา “แสดงบทบาท” ต่อสถานการณ์การเมืองของมัลดีฟส์ หลังอดีตผู้นำเรียกร้องการเคลื่อนไหวจากอินเดียและสหรัฐ สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 8 ก.พ. ว่านายเกิ่ง ส่วง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวเมื่อวันพุธ เกี่ยวกับวิกฤติการเมืองภายในมัลดีฟส์ ว่ารัฐบาลปักกิ่งคัดค้าน “การแทรกแซงภายนอกทุกรูปแบบ”

ประชาคมโลกควรร่วมกันแสดงบทบาทอย่างสร้างสรรค์ ที่เป็นการแสดงความเคารพต่ออธิปไตยของมัลดีฟส์ มากกว่าการแสดงบทบาทที่จะยิ่งทำให้สถานการณ์ยุ่งยากและซับซ้อนมากขึ้นไปอีก ทั้งนี้ จีนและมัลดีฟส์เพิ่งลงนามข้อตกลงการค้าเสรี ( เอฟทีเอ ) ร่วมกันเมื่อเดือนธ.ค. ปีที่แล้ว ซึ่งเป็นผลจากการเยือนกรุงมาเลครั้งประวัติศาสตร์ของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เมื่อปี 2557 ที่ปูทางให้เกิดการเจรจาและการลงนามความร่วมมืออย่างเป็นทางการ ที่นอกจากนั้นทั้งสองประเทศยังลงนามร่วมกันในบันทึกความเข้าใจ ( เอ็มโอยู ) เกี่ยวกับความร่วมมือทางทะเล โดยเมื่อกลางปีที่แล้วรัฐบาลมัลดีฟส์อนุญาตให้เรือรบของจีน 3 ลำเข้าจอดเทียบท่า ท่ามกลาง “การจับตาอย่างใกล้ชิด” ของอินเดีย ขณะที่ท่าทีล่าสุดของจีนต่อสถานการณ์ภายในมัลดีฟส์เกิดขึ้นหลังอดีตประธานาธิบดีโมฮาเหม็ด นาชีด ซึ่งเป็นคู่ปรับทางการเมืองคนสำคัญของประธานาธิบดีอับดุลลา ยามีน เรียกร้อง “การแทรกแซงทางทหาร” จากอินเดีย และ “การแทรกแซงทางเศรษฐกิจ” จากสหรัฐ เพื่อคลี่คลายวิกฤติทางการเมืองที่ยืดเยื้อตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว และยังคงอยู่ในภาวะคลุมเครือจนถึงปัจจุบันภายใต้สถานการร์ฉุกเฉินที่มีการประกาศเมื่อวันที่ 4 ก.พ. เนื่องจากแม้ศาลฎีกายอมเพิกถอนคำสั่งเมื่อวันที่ 1 ก.พ. ที่ผ่านมา ซึ่งต้องการให้รัฐบาลปล่อยตัวนักโทษการเมือง รวมถึงนาชีดซึ่งลี้ภัยอยู่ในต่างประเทศตั้งแต่ปี 2559 แต่ศาลสูงสุดยังคงคำพิพากษาในการให้ยามีนคืนตำแหน่งทางการเมืองให้กับสมาชิกสภานิติบัญญัติของพรรครัฐบาล 12 คน ซึ่งแปรพักตร์ไปอยู่กับฝ่ายค้าน. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ dailynews